งานภูเขาทอง หนุกมาก

posted on 01 Nov 2009 19:06 by marwin888

เมื่อวานไปงานภูเขาทองมาหล่ะ  ไปก่ะเพื่อนหญิง(เพื่อนผู้หญิงที่ชื่อว่าหญิง)

 

มันมาก ไม่น่าเชื่อ ย้ายบ้านจากเสาชิงช้ามาสี่ปี ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เที่ยวงานภูเขาทองอีกครั้ง

 

ตอนเด็ก ๆ คุณแม่พานำร่องไปก่อน มีงานประมาณ 7 วัน คุณแม่พาไปซื้อขนมกินทุกวัน อิอิ

 

พอโตมาหน่อย อยู่ประถม ประมาณป.2 ก็ไปก่ะเพื่อนซะส่วนใหญ่ มีงาน 7 วัน ไปกัน 8 วัน เพราะก่อนจะมีวันงานเค้าจะตั้งซุ้มกันอยู่ พอมีของขายประปราย 55+

 

ไม่ไช่เท่านั้น พอตอนเย็น ไปก่ะเพื่อนไปเล่นสารพัดสิ่ง ขึ้นภูเขาไปไหว้พระบ้าง กลับบ้านมาสามทุ่ม คุณแม่ชวนไปอีกรอบ

แต่เราก็บ่ยั่น 55  คิดถึงจังเลย

 

เมื่อวานมีโอกาสได้ไปก่ะเพื่อนหญิงอีกรอบ ไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ แล้วก็ซื้อของ หาขนมกิน แต่เสียดาย บ้านไกล (อยู่บ้านยายที่หนองแขม) ต้องรีบกลับบ้าน

ก็เลยเปรยก่ะเพื่อนหญิงว่า ตอนเด็ก ๆ มาได้ทุกวัน กลับกันสี่ห้าทุ่ม แต่เงินก็มีเอามาทีนึงกันไม่ถึงร้อย

 แต่ตอนนี้เป็นวัยรุ่น เงินก็พอมีให้ซื้อของ แต่ไม่มีเวลาเดิน เลย เสียดาย ทุกสิ่งมันมาไม่พร้อมกัน แต่สนุกมาก ๆ อ่ะ

ได้คิตตี้มา 1 ตัว กระเป๋าดินสอ หัวตุ๊กตากระต่าย 1 อัน บ๊อกเซอร์มาริโอ(น่ารักมาก) 1 ตัว ถ้วยน้ำชา 3 ใบ

น้ำเต้าปูปลา สี่กล่อง(ร้านของเล่นโบราณแน่ะ) 

 

ตอนนี้ยังสงสัยอยู่ว่า โตไป จะได้มาไหว้พระภูเขาทอง มาเที่ยวงานวัดอย่างนี้อีกรึปล่าว หลังจากไม่ได้ไปเยือนมาสี่ปี เมื่อวานนี้เกือบเรียกน้ำตาเชียวหล่ะ

คนเบียดเสียดยัดเยียดเต็มไปหมด ทั้งลานงานวัด ทั้งคนที่ทำบุญ อบอุ่นดีเหลือเกิน คนไทยรักกันก็อย่างนี้แหละ

พอมีเทศกาลก็มีความสุข โทรไปหาแม่(อยู่ศาลายา มหิดล แถบนั้น)ก็บอกว่า คิดถึง บรรยากาศ อยากไปเที่ยวจัง

 

ไครที่บ้านไกล้ บ้านไกล ได้ไปบ้าง หรืออาจไม่เคยสนใจ หรือรู้จัก หรือไป มา  ขอบอกให้ลองไปดูสักครั้ง

ไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ชั้นบน เหมือนได้ขึ้นสวรรค์เลย สวยมาก ๆ ตอนม.1 เคยไปก่ะเพื่อนไปกัน20กว่าคน ไหว้พระบนภูเขาทอง ก็ลงมาเที่ยว มาดูแสดง มาเดินคุย อืม ชีวิตก็เท่านี้แหละนะ

 ได้รับบุญก็ตอนที่เรามีความสุข ได้รับบาปก็ตอนที่เราคิดไม่สบายใจเองนี่แหละ

 

สนุกจริง ๆ ช่วงนี้เพื่อน ๆ เตรียมเอ็นกันอยู่ เลยนัดพร้อมกันไม่ได้ ปีหนึ่งเถอะพวกแก หึหึ  รวมแก๊งค์ 20 คนอีกแน่ 

 

ไครทำเรา

posted on 21 Sep 2009 18:15 by marwin888

เห้อ 

 

พรุ่งนี้ก็สอบไฟนอลแล้ว

 

ทำไมชีวิตมันเงียบ ๆ นะ เพลงก็เปิดฟังอยู่

 

ผิวเผินก็โครตมีความสุข นั่งจิบน้ำเปล่าทั้งวัน

 

แต่พอนึกถึงเวลาที่โดนชน ก็หันกลับไปมองได้ว่า ตอนนี้ไม่โกรธเด็กที่มาหาเรื่องแล้ว

 

ปล่อยวางได้ว่า เคยมีคนมามองจิกหางตา

 

แล้วทำไมตอนนั้นโกรธ (*-*) รู้งี้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นซะแต่แรกดีกว่า

 

โกรธไปก็โง่เปล่า เหมือนคำภีร์ยิวว่าไว้ ให้อภัยคือปลดปล่อยตัวเองออกจากโซ่

 

ไครทำได้เร็วกว่าก็เป็นสุขเร็วกว่า แค่นั้น ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย อย่าถือตัวดีกว่า มันเบาดี ไม่ต้องคิดไรมาก

 

เหมือนครั้งนึง วินเคยใส่เสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นไปซื้อของที่ เดอะมอลล์ มันไม่มีไครรบกวนดี

 

คิดอยากดูของเงียบ ๆ ไม่มีเซลมาคอยรบเร้า ตัดสินใจได้เอง ไปต่อราคากาน้ำชา ก็ได้ถูกกว่าตอนแต่งตัวดีดีซื้อ

 

แล้วสายตาคนที่มองล่ะ -- ช่างมันดิ่ ไม่เห็นมาช่วยออกตังค์ ชิส์ พวกนินทาอีก ดีแต่ปาก พวกนักเลงอีก ไช้แต่กำลัง การศึกษาไม่ช่วยให้คนดีขึ้นได้ จะได้รู้โดยทั่วกันไปว่า กระทรวงศึกษาด้อยศักยภาพ

 

แล้วเวลาที่เราโกรธ ก็ฆ่าตัวเองไปทีละน้อย ๆ ๆ 

 

เคยลองไม่โกรธ กับคนที่มาหาเรื่องนะ มันด้านไปเลย แบบว่า เรานิ่ง มอง ๆ ยิ้ม ๆ 55+ มันโกรธเราซะอีก

เราเดินหนี ถ้ามันจะทำร้ายก็ปล่อยมัน มันไม่กล้าหรอก ถ้ามันกล้า ก็หลบ หลบไม่ทัน ก็ช่างมัน สู้บ้างป้องกันตัวบ้าง แต่ไม่โกรธ จะดี

 

ถ้ามีมีดคนละเล่ม เชื่อว่า ฝ่ายที่แทงอีกฝั่งได้ คงจะเสียใจกว่า อีกคนที่ไม่สู้ ถ้าเค้ายังเป็นคน

 

เอเมน เอวัง ก็จบดีกว่า แค่อยากบอกเพื่อนๆ  เอ็กซ์ทีนว่า ดีชั้น ยังอยู่ 555+

 

วะ 555+

 และแล้ว ความคิดอันบรรเจิดเพริศพริ้งก็บังเกิด

 นักเรียน นิสิต นักศึกษา คุณสาว ๆ หนุ่ม ๆ ที่อนาคตคาดว่าจะมีครอบครัว จะมีลูก แล้วถ้าเกิดว่าลูกเกิดมาเป็นลูกชายแล้วล่ะก็  ....ต้องเตรียมการไว้ให้ดีดี

 

จากเคสสต๊ะดี้ ชีวิต เด็กหนุ่มคนหนึ่ง ที่เกิดมาในสังคมตลาดอันมีพ่อและแม่ ที่ไม่ค่อยดูแลนัก

การเป็นอยู่เป็นไปแบบบุฟเฟ่ต์(หากินเอาเอง ตามมีตามเกิด) ดูผิวเผิน ก็ไม่มีอะไรที่เด็กชายน้อยตัวเล็ก ๆ คนนี้

น่าจะมีปัญหา แต่ทว่า ภายในนั้นช่างสับสนวุ่นวาย เฮือก ... ทำไมชีวิตมันเหนื่อยงี้(เด็กหนุ่มถอนหายใจ)

พ่อแม่เอาแต่ขายของ จำความได้ ไม่เคยมาดูแลไกล้ชิด ทำก็แก้ขัด เวลาลูกลำบากมาก ๆ จริง ๆ

จะไปวิ่งเล่นซน ก็ขังไว้ซะในห้อง กลับโรงเรียนก็ไม่ให้พักการงาน ต้องแบกข้าวของไปขายบน

กระทรวงมหาดไทย ได้กำไรมาเป็นส่วนแบ่ง 10 ต่อ 1 แม่สอนให้เด็กหนุ่มคนนี้ รู้จักสู้ชีวิต

แต่สิ่งที่เค้าต้องการ กลับไม่ใช่เงินทอง  เค้าต้องการทางออกที่จะช่วยให้ชีวิตไม่วังเวง และทำให้ตัวเองไม่รู้สึกเหงา  เด็กหนุ่มจึงหาเพื่อนมากมาย เค้าได้พัฒนาบุกคลิกภาพตัวเองให้ได้ถูกต้องตามที่สังคมรอบข้างต้องการ

อยู่บ้านยาย:ครับ วินไม่ทราบครับ ทานข้าวแล้วครับ วินช่วยล้างจานไม๊ครับ (ที่ต้องสุภาพเพราะผู้ใหญ่สอนให้เป็น)

อยู่บ้านพ่อแม่:พ่อ เอาตังมาดิ๊ ไปโรงเรียนไม่พอใช้ แม่ วันนี้ไปปั่นจักรยานแล้วนะ เบื่อบ้าน โถ๊ะ!(ที่ต้องก้าวร้าว เพราะผู้ปกครองไม่ได้สนใจในคำพูด หากแต่รู้แต่ว่าต้องเลี้ยงตามหน้าที่ไม่ให้ตายก็พอ)

อยู่โรงเรียน: เห้ยมึง มะวานกูไปซื้อของทำกับข้าวมา มึงทำเป็นป่าว แล้วไหนนะ อ๋อ การบ้านไม่ต้องทำหรอก

สอบเอาก็ผ่าน(บุกคลิกภาพ ดึงดูด เพื่อนเพียบ แต่ไม่มีไครสนิทด้วย)

คิดดูนะครับ ผู้ปกครองทั้งหลาย(และในอนาคตที่จะเป็น) ดูเด็กชายคนนี้ ต้องแสดง สามบุกคลิกภาพสลับกันตามสถานการ ตั้งแต่อายุ ไม่ถึง 7 ขวบ เพื่อเอาใจสังคม และบังคับสถานการให้เป็นไปตามใจมากที่สุด

ปัญหาก็มีมากมาย เกินกว่าที่เด็กชายตัวเล็ก ๆ จะทำได้ ไม่ว่าจะพ่อแม่ทะเลาะกันรุนแรง บิดาทานเหล้า มารดาแทงหวย จนลง ๆ  เสื้อผ้าใส่ไปโรงเรียนก็เกรอะกรัง ไม่เคยรีด หนังสือเด็กประฐม แบกใส่เป้ไปเต็มหลังแอ่น

เด็กผู้ชายตัวผอม คล้ายจะเป็นปอลิโอ เหตุเพราะไม่ค่อยมีอะไรจะกิน ต้องทำตัวสุภาพ แล้วมีคนมาด่าว่า ๆ

บุคลิกเหมือนกระเทย ทั้ง ๆ ที่ กู ไม่ได้อยากเป็น และผู้ใหญ่ทั้งหลายเลย ตัวดี พูดกรอกหูซ้ำซากกันทุกวัน

ตุ๊ดบ้างหล่ะ อ่อนแอบ้างหล่ะ ไม่สมชายเลย ...ชะนองนอย พูดกรอกทุกวัน ๆ อยากรู้จัง ว่าเด็กคนนั้นจะเป็นยังไงนะ

เพราะทุกคนในสังคม ก็ต่างตีกรอบไว้ให้ เด็กคนนี้จึงออกมาจากกรอบ ด้วยวิธีที่แยบยลที่สุด คือทำทีว่ามีความสุข สมบูรณ์ ไม่ต้องให้ไครมาสมเพช สงสาร เพราะไม่ต้องการ ขอเพียง พวกแกทั้งหลาย ปฏิบัติตัวเฉกเช่น เราเป็นคน เหมือนกัน

ดังนี้นี่เอง เคสนี้ สอนให้เราทราบว่า

1.การพูดกรอกหูทุกวัน คือการสะกดจิตที่ได้ผลแน่นอน ขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะสำเร็จกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าเด็กคนนี้ไม่เป็นกระเทย ก็เป็นบ้าหรือโรคประสาทนำไปก่อนแน่ ไม่ว่าจะผู้ใหญ่ เพื่อน ๆ 9ล9

2.ผู้ปกครองไม่ใส่ใจ ถึงแม้จะมีข้าวสามมื้อตกถึงท้องตามเวลา หรือลูกออกไปวิ่งเล่นดึกดื่นแล้วจะเป็นห่วง โดยแสดงความรักด้วยคำด่า และการตี ซึ่งดูเหมือนเป็นการแสดงความรักชั้นสูง เด็กก็ปฏิบัติตาม คืออารมณ์กราดเกรี้ยว รุนแรง สังคมรังเกียจ พ่อแม่เป็นยังไง ดูที่ลูกก็รู้ได้ทันที

3.สภาพแวดล้อม เฉกเช่นเด็กหนุ่มนั้น อยู่ในห้องแอร์ บนบ้านตึกแถวโทรม ๆ ที่แคบ รก หนาว ชื้น สกปรก แต่บรรจุ ชีวิตคนไว้สี่คน โดยที่ไม่ค่อยอนุญาติให้เด็กออกไปไหนมากนัก

4.บทลงโทษอันสาสมกับความเลว ผมไม่รู้เลยว่า ถ้าทำของแตกหักเสียหายหนึ่งชิ้น เราจำเป็นต้องสลักลายไว้ที่หลัง ขา น่อง หน้าท้อง และหน้าอก เพื่อแสดงความเก่งกาจว่า ทำความชิบหายได้ดีแค่ไหน เพราะชีวิตลูกมันเทียบไม่ได้กับ สิ่งของ ที่มีอยู่เกลื่อนกระมัง

5.การใช้งานอย่างหนักหน่วง เต็มเม็ดเต็มหน่วย มันทำให้เด็กนอนไม่พอ ถ้าคิดจะปั๊มลูกมาช่วยงาน ขอแนะนำให้ปั๊มปีละคน จะได้ทันใช้ เพราะคนเดียวย่อมไม่พอ กับการค้นหาเศษเงินแน่ ๆ

6.การทำให้เด็กแปลกใจนาน ๆ ครั้ง เช่นพาไปห้าง กินข้าวมื้อดี ๆ หบังจากถูกหวยหรือเมื่อไปเจอญาติพี่น้องก็จับแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างกับเป็นลูกคุณหนู เพื่ออวดว่า เลี้ยงลูกดี ทั้ง ๆ ที่เนื้อใน เหือดแห้ง ข้าวปลาไม่กิน
แล้วอ้างทีกับลูกว่า ไม่อยากให้ลูกน้อยหน้าไคร ทั้ง ๆ ที่สูท ร้อนก็ร้อน เด็กน้อยคนนั้นก็ไม่เคยชิน
เมื่อไม่ใส่ ก็ว่ากันอีก ...เฮือก

7.การบังคับครั้งใหญ่ เมื่อจบป.6 เด็กย่อมรู้ดีว่าตัวเองจะเข้าที่ไหนได้บ้าง แต่พ่อแม่ก็ย่อมไม่อยากให้ลูกไปอยู่ในโรงเรียนซึ่งจะชักนำลูกไปในทางไม่ดี อยากเรียนราชบพิธ ก็ไม่ให้เรียนต่อ เพราะมัธยมจะมีแต่ชายล้วน กัวลูกเป็นแต๋ว แต่บังคับ ย้ำ...(บังคับมาก ๆ ๆ ๆ ๆ )ให้เรียนมกุฏ เพราะเริ่มรับสมัครเด็กหญิงด้วยแล้ว
นั่นเป็นการทำผิดพลากครั้งใหญ่มาก ๆ เพราะการหาเพื่อนนั้นยากเย็นเหลือเกิน ให้เราไปอยู่ในสังคมใหม่บ่อย ๆ
สติแตกแน่ แต่เมื่อเรียนมาได้แล้ว มันก็มีอะไรมากกว่านั้น เพราะ..... มกุฏกระเทยเยอะมากอยู่เหมือนกัน
สังคมจึงไม่แตกต่างกันมากนัก เพียงแต่มีนักเรียนหญิงเป็นเพื่อนบ้าง และทำให้เด็กประสาทเสีย เพราะการเลือกของผู้ใหญ่ ผู้ปกครองจึงต้องถามความเห็นเด็กให้หนัก ๆ เมื่อจบป.6 นะจ๊ะ

ขออภัยแด่บิดามารดา ผู้ให้กำเนิดมาด้วยนะครับ ไม่อยากให้ไครเป็นเหมือนเด็กชายน้อยนั้น
อยากให้น้องชายที่จะเกิดกันมาทั้งหลาย มีกำลังใจในชีวิตกันเต็มเปี่ยม การยกตัวอย่าง(จิง)นี้มาถก ย่อมน่าจะเกิดผลดีมากมายแน่นอน

ขอบคุณพ่อแม่มาก ๆ ที่ให้ชีวิตเกิดมา สอนให้เห็นแก่ตัว สอนให้เอาตัวรอด สอนให้เฟคเก่ง แต่นั่นก็ทำให้เด็กคนนี้เป็นอะไรไม่ได้มาก เท่ากับ กุ๊ย คนหนึ่ง ซึ่งยังไม่รู้ชีวิตตัวเองเลย ว่าจะไปยังไง

สุดท้าย ถ้าเด็กคนนี้เลวจริง เลือกที่จะเป็นโจร หรือ ก่ออาชญากรรม ไม่ต้องมาร้องให้หน้าแดนประหารหรอกนะ

ว่า ชั้นผิดเอง เพราะมันแก้ไขไม่ได้แล้ว

your code here

Marwinน่ารัก View my profile

your code here

Favourites