ในวันที่น้ำท่วมกรุงเทพ …พวกคุณอยู่ที่ใหนกันครับ 

..ผมอยู่ที่บ้านครับ และใช่บ้านผมน้ำท่วม

ท่วมถึงในตัวบ้าน ท่วมถึงชานบันได ท่วมจนข้าวของเสียหาย แต่กระนั้น ผมมีอะไรจะเล่าให้ฟังน่ะครับ

 ก่อนหน้าที่น้ำจะท่วมน่ะ ข่าวก็ออกมาโครม ๆ แล้วว่าน้ำจะมา เขตผมให้รีบอพยบเตรียมตัวกันให้พร้อม

ผู้ใหญ่ที่บ้านผมก็เก็บข้าวของ อุดช่องโหว่กันเต็มที่ ให้น้ำเข้าบ้านได้ช้าที่สุด ดั่งพม่ารามันมาตีกรุงศรีอย่าง

นั้น แต่ผม ได้แต่นั่งเล่นคอมแล้วก็มองไปมองมา จนคนที่บ้านเริ่มบ่นว่าไม่ช่วย ในใจผมไม่ได้คิดอะไรเลยรู้

ไม๊ ไม่ได้คิดว่ามันจะหนักหนาอะไร ก็มันยังไม่มานิ่ อุดยังไงจะอยู่ ทำไปเกิดประโยชน์อะไร  สุดท้ายน้ำมา

ผู้ใหญ่รวมถึงพี่น้องผม ต่างก็พาคุณยายไปอยู่ชลบุรี มีผม พ่อ และแม่ ที่อยู่เฝ้าบ้านไว้ ต้องหุงหาอาหาร

อาบน้ำอาบท่า และ มีงานจัดเก็บบ้านทุกวัน ในพื้นที่จำกัดจำเขี่ย แต่ก็นั่นแหละ ผมก็ไม่ทุกร้อนอะไร

นักหนาหรอกนะ คนอื่นเค้าก็โดนนิ่ จะเดือดร้อนอะไรมากมายล่ะ เน็ตก็ยังมีเล่น ฟังเพลงไปสิ่ เปิดเทอมก็ยัง

ไม่เปิด ทุกคนทำมาหากินก็ยังลำบาก เหมือนล้างกระดานเริ่มต้นใหม่ได้ ทำไมต้องเศร้ากัน

ผมไม่ต้องตื่นตีห้า เพื่อไปโหนรถเมล์ให้ลำบาก ไม่ต้องรีบอาบน้ำ ไม่ต้องรีบไปเรียน ไม่ต้องแข่งขันกับอะไร

ได้แข่งกับตัวเอง ว่า อยู่สงบๆ แล้ว จะทำอะไรให้เป็นประโยชน์ แต่กระนั้นผมก็ทนเห็นพ่อแม่ และผู้ใหญ่ต่าง

ร้อนใจกับพาระต่าง ๆ หลังจากนี้ จะต้องซ่อมบ้าน จะต้องฟื้นฟู ก็อดหมอง ๆ ไปด้วยไม่ได้

ใช่ ใจผมน่ะ ดีใจนะ ที่น้ำท่วม ดีใจมาก ๆ เลยที่เลื่อน ๆ เปิดเทอมไปซะได้ ยังไงก็มีข้าวกิน เดินฝ่าน้ำท่วม

ออกไปนั่งรถเมล์หาเพื่อนที่เขตพระนครก็ยังได้ ไหนจะได้อ่านหนังสือที่เคยอยากอ่านสงบ ๆ แต่หาเวลา

ไม่ได้ซักที ไหนจะได้ ทำกับข้าวกินเองสะอาดไว้ใจได้ ได้อาบน้ำแบบค่อย ๆ อาบ ไม่ต้องรีบ ได้อยู่บนที่นอน

นุ่ม ๆ ทั้งวัน นอนกันให้พิการกันไปเลย ผลหมากลากไม้ก็ยังหาทานได้ คนไทยนิ่ ปรับตัวง่ายอยู่แล้ว จะกลัว

อะไร บรรพชนท่านก็ท่วมกันมา จะไปหนักใจอะไรกับธรรมชาติ ปรับตัวสิ่จ๊ะ ปรับตัว เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ไคร

จะเห็นแก่ตัว จะทำยังไง ก็ช่างเขา อย่าเอาเวลาที่มีค่าไปเผาผลาญไปกับการนั่งด่ารัฐบาลโน้นนี้ หรือโทษ

คนกรุงว่าเป็นพวกเห็นแก่ตัว หรือโมเส็สชาวฮิบรู แหวกม่านน้ำมาฝั่งธน กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทรนะชื่อเต็ม

สมัยพระเจ้าตากสิน พอได้เป็นเมืองเข้าหน่อย อย่าลืมกำพืดสิ่!!!  แน่ะ บ้านเพื่อนผมอยู่อยุธยา ท่วมกัน

โจ๋งครึ่ม เค้าก็เสียใจกันนะ แต่ไม่เห็นจะต้องแสดงออกว่าอ่อนแอเลย เหมือนเด็กญี่ปุ่น มานั่งรถฟ้าบ้านเรา

แล้วผู้ใหญ่ลุกให้นั่ง เค้าไม่ค่อยจะนั่งกัน อันนี้ผมเห็นบ่อย เคยอ่านหนังสือ แล้วเค้าเล่าให้ฟังว่า คนญี่ปุ่น

เนี่ย คนแก่คนท้องเค้าก็จะลุกให้นั่งกันหรอก แต่เด็กและสตรีทั่วไป เค้าจะไม่ลุกให้นั่ง เพราะไม่เห็นจะต้อง

แสดงออกเลยว่าพวกเขาอ่อนแอ สู้ ๆ กันหน่อยนะ เผื่อเทวดาเห็นจะได้ไม่ด่าเอาว่าพวกเอ็งมันช่างโอด

ครวญเก่งเหลือเกิน ไม่คิดจะอยู่สงบ ๆ กันบ้างเรอะ เอะอะก็ขอพร ๆ ข้ายังสิงเสาสิงต้นไม้อยู่เลยจะไปช่วย

เอ็งได้ยังไงห๊ะ!!!  ว่าแล้วเราก็มานั่งสมาธิกันเถอะ ^^

     ที่บ้านผมเลี้ยงหมาตัวเล็กตัวนึงครับ แต่ติดตามคุณยายไปอยู่ชลบุรีด้วย เหลือมีหมาตัวใหญ่อยู่ด้วย

ตัวนึง เจ้าของมันตายก็มาป้วนเปี้ยนนอนเฝ้าบ้านให้ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวไปเลย จนวันที่

น้ำท่วมนี้ ก็ได้เนรเทศมันออกไปอยู่หน้าบ้าน เหตุเพราะกลัวน้ำท่วมสูงกว่านี้ จะพามันหนียาก เพราะมัน

จะตกายขึ้นบ้านท่าเดียว เพื่อนบ้านก็ใจดี เอาโอ่งเอากระดานมาทำร้านให้มันนอน เป็นบุญของหมาครับ ที่

ยังมีคนใจดี ช่วยมันเอาไว้ และหลังจากนี้มันก็จะได้มีชีวิตต่อ นี่ยังไม่ดีพอรึยังไงได้ทำบุญแบบไม่เสียเงินเลย

          พูดถึงเรื่องพ่อค้าแม่ขายที่ขึ้นราคาของกันอุตลุด ก็สมเหตุผลเค้านะครับ ไปรับมาขายก็ยาก ยิ่งน้ำ

สะอาดหายากอีก เพราะ คนไทยใจดีซื้อไปบริจาคกัน แล้วก็ไปค้างอยู่ที่สำนักงานเขตให้ยามแกะกินกัน

เพลิน ๆ ห้า ๆ  ๆ เพื่อนผมเห็นมาครับ แต่แหมพูดไปเหมือนใส่ร้ายเค้า เค้าก็คงหาซื้อยากเหมือนกันนะ

 อะไรๆก็เลยลำบากกันไปหมด

         จระเข้หลุด งูกรีนแมมบ้าอีกยุบยับ ไหนจะต้องระวังยุงหนูภาหะนำโรค เด๊ทตอลก็หาซื้อยาก ใช้ชีวิต

ยากขึ้นนะครับ แต่ก็อย่างที่ว่าแหละ ผมหายเหนื่อยจากการรีบเร่งขึ้นเยอะเลย เหมือนเป็นคนโบราณที่ได้

อยู่เงียบ ๆ  นาน ๆ ถึงจะได้ออกไป เจอใคร ๆ ยังงั้น ก็สนุกดีนะครับ อยากทำอะไรก็ทำ

 

       เรื่องอาหารการกินนี่ไม่ต้องพูดถึง ละแวกที่ผมรถลายังพอวิ่งได้สบาย มีแม่ค้ามาขายของกันทั้งวันทั้ง

คืน เป็นการรื่นเริงไปซะเลย ในเวลานี้ ตำรวจก็มาช่วยกันถามไถ่สารทุกสุขดิบประชาชน ใครจะไปไหนมา

ไหน รถคันไหนจะผ่านตรงไหนใครจะติดไปลงได้บ้าง ทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้เพิ่มมากขึ้น จราจรที่

มัวแต่จะดักจับยัดข้อหามอเตอร์ไซค์ ก็ได้หยุดพักทำความดีกับเค้าคราวนี้ เอ๊ะ หรือเค้ายังทำแต่เราไม่รู้กัน

นะ คอรัปชั่นในประเทศนี้ถ้าเปรียบเป็นกระต่าย ก็คงผสมพันธุ์ ออกลูกออกหลาน กันสัปดาห์ละล้านตัว

ตั้งแต่ตื่นมายันเข้านอน เราได้พบการคดโกงกันจนลืมไปว่ามันเป็นสิ่งผิด เห็นกงจักรเป็นดอกบัว หิริโอตับ

ปะหายเกรี้ยง เห้ออ อ อ อ อ อยากถอนหายใจยาว ๆ จากยะลาไปเชียงใหม่ แต่ก็คงไม่ช่วยให้คอรัปชั่น

หายไป เพราะต้องบอกว่าแม้ผมเองก็ยอมจ่ายอานิจสินจ้างเล็กน้อย เพื่อให้น้องชายไปล้างแก้วน้ำซึ่งเป็น

แก้วที่ผมทานน้ำไว้เองในบางครั้ง ก็มันสบายนิ่ เงินทำได้ทุกอย่าง ดูเหมือนไม่ผิด หรือว่าผมไม่รู้ตัวกันนะ

จริง ๆ แล้วผมเองหรือป่าวควรต้องรับผิดชอบสิ่งที่ผมทำไว้เอง หรือบางทีก็ขอลอกการบ้านเพื่อนแล้วพา

เพื่อนไปเลี้ยงไอติม นี่ไง ต้นตอของการโกงกินกันเป็นหลักล้าน มันมาจากตรงนี้นี่เองท่านผู้อ่าน

         ดูข่าวในทีวีเห็นเค้าทำพิธีไล่น้ำ โอ้พระเจ้า อิฉันอยู่ในยุคใดเจ้าคะ !!!  ล่าหัวแม่มดกันอย่างนั้นเรอะ

ปีพุทธศักราชสองพันห้าร้อยห้าสิบสี่แล้ว  จุดธูปไหว้พระกันพอเข้าใจ แต่ +++หวังให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย

 โอยยยยยย  ชาวไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก   ไม่เว้นแม้แต่เรื่องงมงาย คือก็รู้นะว่าทั่นผ้อว่า ไม่อยากให้น้ำเข้า

ท่วมกรุงเทพ แต่ทำไมต้องแสดงออกขนาดนั้น แล้วคนอื่น ๆ ล่ะ ที่เค้าท่วม ๆ กันเยอะ ๆ ล่ะ ทำไมไม่แชร์

ความรู้สึกให้คนกรุงเทพ ได้สนุกกับมันบ้าง

        มาถึงเรื่องที่ไม่พูดไม่ได้เชียว ถุงยังชีพ  ยื้อแย่งกันสุดกำลัง ไอ้บ้านที่สบายก็ไปเอาซ้ำ ไอ้บ้านที่ท่วม

หนักก็ไม่รีบไปรับ เพราะมัวโอดครวญอยู่ หรือ ไอ้ที่ไม่อยู่บ้านแล้วไม่ได้ก็มาบ่น สัพเพเหระร้อยแปดพันเก้า

ปัญหาสำหรับผู้รับ เพราะคนไทยอ่อนระเบียบ คือไม่ใช่ไม่มีระเบียบนะ คือมี รู้ว่าทำยังไง แต่จะไม่ทำอ้ะ

 เอาตัวสบายไว้ก่อน ช่วงทีวีออกข่าวสึนามิที่ญี่ปุ่น เค้าก็รับถุงยังชีพกันเป็นระเบียบ เพื่อนอยู่ที่ญี่ปุ่น เล่าให้

ฟังว่า แจกน้ำคนละสองขวด บางคนขอรับขวดเดียวเพราะกลัวคนอื่นไม่มีน้ำกิน นี่ไง เห็นไม๊ความแตกต่าง

ราว รัศมีดาวบนฟากฟ้ากับแสงสะท้อนจากรอยตีนหมาในโคลนเลยนะ  ผมก็ไม่ได้อยากเอาประเทศที่เค้า

เจริญ เน้น เจริญ มาเทียบกับประเทศสารขันของเราหรอกนะครับ รู้ว่าวัฒนธรรมการดำรงณ์ชีวิตแตกต่าง

กัน ก็แหมเราไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้น ไม่เคยแพ้สงครามโลก จะต้องปรับตัวทำมะเขืออะไร ก็นั่นน่ะสิ่ ผมจะ

รบเร้าให้คุณเจริญมีอารยธรรมที่ดีดีทำไมกัน งั้นก็เชิญคุณ ๆ เป็นแบบบรรพบุรุษอันน่าชื่นชมกันเถอะนะ

เค้าสอนอะไรก็เชื่อกันให้หมด เอาตัวรอดเป็นยอดดี ทีนี้พอไปทำงานกลุ่มก็เริ่มเข้ากับใครไม่ได้ แล้วยังไงล่ะ

ก็เอาตัวรอดกันไปเรื่อย ๆ สิ่ ปัดความรับผิดชอบเหมือนที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ เค้าทำกันในสภา

      แล้วทีนี้ มันก็ท่วมกันยันวันลอยกระทงเลย ครับ โดย คนในกรุงจริง ๆ ก็ยังเป็นห่วงว่า เอ…เราจะไปงาน

ปาหี่ที่ใหนดี หรือว่า เอ๊ะ ลอยกระทงกี่ทุ่มจะเป็นมงคลแก่เราและคนที่เรารัก และ ใช่ครับ เราผู้ที่อยู่ใน

สถานการน้ำท่วม รู้สึก แปลกใจเล็ก  ๆ   ว่าลอยกันแล้วกระทงจะมาสร้างปัญหาทีหลังไม๊นะ เอายังไงดีล่ะ

ผมว่ามากไม่ได้หรอก เพราะตัวผมเองก็แอบไปเที่ยวงานภูเขาทองเหมือนกัน  แต่ก็ไปแก้เบื่อและหาอะไร

ทาน ให้มันปลอดทุกข์เท่านั้นแหละ อย่างว่าแหละนะ กรุงเทพ เมืองเทวดา ไม่เคยเดือดร้อนอะไรกับใครเขา

        ผมรู้สึกดีมาก ๆ กับการได้ออกมานอกบ้าน เวลาที่ได้อยู่แต่ในบ้านนาน ๆ ยิ่งเป็นช่วงที่เมืองเกือบร้าง

คนน้อยมาก เดินสบายไม่ต้องแย่งกันทำอะไร ถึงแม้ สินค้าและบริการบางอย่างจะมีไม่เต็มที่สะดวกเหมือน

ช่วงเวลาปกติก็เถอะ ในหัวสมองรู้สึกปรอดโปร่งมาก จนกระทั่ง……..น้ำลด!!!!   โอ เวลาแห่งความสุขไกล้

หมดแล้วสิ่นะ  กำหนดการเปิดเทอมก็มาแล้ว นับวันน้ำก็ลดลงเรื่อย ๆ รอยบ้านที่เสียหายก็เริ่มเผยออกมา

เหมือนกำลังนั่งจิบชาอยู่ตีนเขาหิมาลัยชมนกชมไม้ไปพลาง แล้วอยู่ดีดี มีสึนามิมาจากไหนก็ไม่รู้ ทำให้เรา

ต้องรีบตะกายขึ้นเขาเอาตัวรอด

    คุณครูวิชาสังคมสมัยประถมและมัธยมของผมสอนว่า สังคมเปลี่ยน คนก็เปลี่ยนะลูกนะ ดูเหมือนจะเห็น

ผลจริง ๆ ก็ตอนน้ำท่วมนี่แหละครับ ชัดเจนมาก ผู้คนเริ่มมีเวลาคิดตริตรองอะไร ๆ มากขึ้น ผลที่ตามมาคือ

ทุกคนยิ้มแย้ม เพราะรับได้ หรืออาจจะยิ้ม เพราะเพื่อนบ้านที่เฝ้าบ้านน้ำท่วมด้วยกัน ก็ยิ้มเหมือน ๆ กัน

ถ้าคุณไม่ลำบาก คุณจะไม่รู้จักความสุขหรอก ผมหมายถึง ประมาณว่า คนไม่เคยลำบากเลย ไม่เคยทำงาน

หนักแล้วหิวมาก ๆ จะรู้ไม๊ว่ามาม่า ตอนได้ทานเวลาหิวอร่อยแค่ไหน หรือน้ำเย็น ที่ออกไปวิ่งหนักมา นั้นมี

ค่ามากมายและสร้างความสุขให้เราได้ยิ่งกว่าเงินทอง ณ เวลานั้น

     ผมอดเป็นห่วงคุณยายผมไม่ได้ ท่านสร้างบ้านมาทั้งชีวิต ทำงานหาเงินมา ปลูกบ้าน แล้วก็ไม่เคยเห็น

มันตกอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมมาก่อน จนกระทั่งน้ำท่วม ผมเห็นท่านได้แต่นิ่ง และ รอวันที่บ้านจะซ่อมเสร็จ

มันน่าหดหู่อยู่เหมือนกันที่เราจะพูดอะไรออกไป ก็จะกลายเป็นความเท็จไปซะหมด เข้าใจใช่ไม๊ครับ

             ผมดูข่าวแล้วเห็นบางบ้าน ที่ต้องอยู่กันบนหลังคา ไม่มีที่หนีที่ไปจนกว่าคนจะไปรับ อย่างนั้น เค้า

น่าจะลำบากมาก ๆ จริง ๆ จนรู้สึกเป็นห่วงแล้วก็ดีใจที่ตัวเองยังมีหลังคาคลุมหัวให้ได้นอนหลับสบาย ๆอยู่

ได้  และคิดว่า พอน้ำลด บ้านที่เคยได้อยู่แค่เพียงพักผ่อน จะมีความหมายเพิ่มขึ้นแน่ ๆ เพราะไม่ว่ายังไง

เราจะไม่ทิ้งบ้านเรา ใช่ไม๊ครับ 

          ผมเลือกที่จะเชื่อนะว่า ธรรมชาตินั้นส่งอะไรมาให้เราได้สนุกอยู่ตลอดเวลา คิดบวกผสมเพ้อ ๆ ไว้ก็

ไม่เสียหายนี่นา ไม่ได้ทำร้ายใครซะหน่อยนี่นะ จริงไม๊ แล้วผมก็นึกสงสาร คนที่ไม่เคยเห็นคุณค่าของอะไร

เลย ไม่เคยเห็นความงามของทุ่งดอกไม้พันดอก เพราะมัวแต่หดหู่ใจกับดอกเดียวที่กลีบเฉา คนพวกนี้น่า

ส่งไปเป็นคิวซี หรือคอมเม็นท์เตียเตอร์ อนาคตจะรุ่งและยาวไกลมาก เพราะเห็นแต่จุดด้อยของประชาชาติ

เป็นบุคคลที่เสียสละที่จะไม่สนใจตัวเอง และอุทิศเวลาให้กับการจับผิดผู้อื่น ถ้ารางวัลโนเบลสาขาทำเพื่อ

สังคมมีเยอะ คนพวกนี้จะได้กันโดยทั่วหน้าเลยครับ แล้วคุณล่ะครับ เป็นคนแบบใหนกัน ผมยอมรับนะว่า

ผมก็จับผิดคนอื่นอยู่เนือง ๆ จนเริ่มคิดได้ว่า เราทำผิดอะไรทำไมเขาถึงมีการตอบสนองกับเราไม่ดี นี่น่าจะ

เป็น วิธีคิดที่ถูกจุดและตอบโจทย์ที่ดีกว่า การโทษคนอื่น คือการมองข้างในตัวเอง

        พอได้อยู่ในโลกออนไลน์เวลาน้ำท่วม คำถามที่มักได้รับคือ เป็นยังไงบ้าง น้ำท่วมถึงใหนแล้ว

กินมาม่าไปกี่แพค หรือ แม้แต่ เดี๋ยวพายเรือไปสี่แยกนะ เจอกันได้ที่เซเว่น เออเว๊ย เพื่อน ๆ เราก็ชิลนี่หว่า

ไม่เห็นมันจะห่วงกันเลยนะว่า คราบน้ำสกปรกที่เสาบ้านจะต้องมาขัดกี่วันถึงจะออก แต่ก็นั่นแหละ จิตใจ

คนยากแท้หยั่งถึง ใน ๆ ทุกคนอาจมีความกังวลอะไรก็ได้

        ถ้าคุณบ้านน้ำท่วม แล้วเกิดมีน้ำขังที่ไม่สามารถพัดพาให้ระบายออกไปได้ เราขอแนะนำ นี่เลยครับ

EM Ball ใช้ได้ผลดีนักแลเฮย คือตอนที่บ้านผมน้ำขังจากการกั้นกำแพงกระสอบทรายไว้ในตอนแรก จนถึง

เวลาที่ระดับน้ำสูงเหนือกระสอบแล้ว ก็เกิดน้ำขัง แต่มันก็ไม่ได้เน่าเหม็นอะไรมากหรอกครับ เพราะผมชิน

พอได้อีเอ็มบอลมาโยนเท่านั้นแหละ รุ่งเช้า น้ำใสขึ้น สุขภาพจิตดีขึ้น 99.99 เปอร์เซ็นต์ ยังก่ะทองสวิส

ลงไปเดินย่ำน้ำได้ สบายใจกว่าที่เคย แต่กระนั้นก็ยังต้องระวังเรื่องเชื้อโรคต่าง ๆ อยู่ดี เข้าบ้านพ่อแม่ก็

กำชับให้เอาขาโสโครกแช่น้ำยาเด๊ทตอลเป็นเพลาห้านาที เจ้าเถิงจักขึ้นเรือนมาได้ แต่ก็โอเคครับ ชัวร์แน่  

ว่าถ้าเชื้อโรคไม่ตายกันไปซะ ก็ขาผมขึ้นเห็ดก่อนแน่

          พอเปิดดูทีวีก็มีข่าวน้ำท่วม รายงานกันตลอด ทั้งอุ่นใจและเบื่อไปด้วย จนกระทั่งถึงวันที่ น้ำลด

กิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ของบ้านผม เกิดขึ้นทุกวัน เป็นเวลาสองสัปดาห์ แรก ๆ ก็ยกตู้ไม้อัดที่เสีย ๆ ไปทิ้ง

รวมที่ริมถนน แล้วก็กวาดเสดใบไม้ในรั้วบ้านมากองไว้หน้าบ้าน ขัดกำแพงที่มีคราบน้ำท่วม ลอกวอลเป

เปอร์ที่กำแพงในบ้าน ขนกระสอบทรายไปเก็บ และ ก็ปัดกวาดเช็ดถูกันไปเรื่อย ๆ จนบ้านเริ่มน่าอยู่ และรอ

การซ่อมใหญ่ต่อไป ปัญหาในช่วงนี้คือ ขยะเยอะมาก ทางกรุงเทพ ก็ส่งพนักงานมาเก็บขยะล่าช้า ชุมชนฝั่ง

ตรงข้ามบ้านผมก็เอาขยะไปกองรวมอุดทางเข้าออกชาวบ้านให้เป็นปัญหา เห็นแก่ตัวกันไม่เลิก คือไม่รอไม่

อะไรทั้งนั้น เอะอะ ก็เอาแต่ใจ น่าเอาไม้มะยมฟาดน่องจริง Little one เด็กเมื่อวานซืน เอ๊ย แก่แล้วแก่เลยสิ่

นะ ผู้ใหญ่ไร้เหตุผล คนพวกนี้น่าจับขึงพืดแล้วแห่รอบประเทศ ให้ชาวบ้านเอาเทียนลนนม จะได้ไม่ทำอะไร

มักง่าย แต่ก็นั่นแหละ ไม่ใช่น่าที่ของเรา เราจะไปยุ่งทำไม ปล่อยเขาไปเถอะ คนไทยเหมือนกัน

 

            คุณเคยไปทานข้าวตามร้านอาหาร หรือเชนเรสเตอรองค์ไม๊ครับ แบบที่มีพนักงานต้องคอยเสิร์ฟ

และเค้าก็คิดค่าบริการจากเรา  แต่กลับได้รับการบริการที่ไม่ดีกลับมา โดยส่วนตัว ผมเข้าใจนะว่าจะให้มา

ยิ้มทั้งวันก็ไม่ใหวหรอก แต่ถ้าเกินไปจริง ๆ พวกคุณจะมัวเงียบแล้วไม่คัดค้าน ปล่อยให้เซอร์วิสชาร์จ สิป

เปอร์เซ็นต์คุณ สังเวยการบริการห่วย ๆ น่ะหรอ บางทีคนเราก็บ่นได้ตามสิทธิและความสมควรตามเหตุผล

ของแต่ละคน  ดังเช่นค่าภาษีของเรา เอาไปทำถนน แล้วเข้าปากท้อง ข้าราชการผู้บริการเรา ไปซัก แปดสิบ

เปอร์เซ็นต์ อีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์เป็นค่าราดยางให้ชาวบ้านเห็นผลงานกันบ้างประปราย ผมไม่ได้ว่ารัฐบาล

ใหนหรือ สำนักงานเขตใหนทั้งนั้นครับ แค่อยากบอกทุกคนว่า >>> ตื่นเถิดชาวไทย อย่ามัวหลับใหลลุ่ม

หลง ชาติจะเรืองดำรงณ์ ก็เพราะเราทั้งหลาย หากว่าเรามัวหลง เราก็คงมลาย น่ะครับ เพราะฉะนั้น เรามา

ตื่นกันเถอะครับวัวฟาย เอ้ยย ชาวไทย ^_^

         ดูข่าวในทีวีแล้วเห็นศูนย์อพยบผู้ประสบภัยน้ำท่วมแล้วน่ารักนะครับ ได้เห็นความดีของคนไทยที่ดีดี

นั้นมีเยอะจริง ๆ (ผม:ปาดน้ำตาที่ย้อยลงมาถึงคางด้วยความปีติ) สิ่งนี้ทำให้รู้ว่า เรายังไม่ได้อยู่คนเดียวใน

โลกจริง ๆ ต่อให้มีพวกต่อแตนและแมงมุมที่คอยจะฉกฉวยผลประโยชน์กระทำตัวเฉกเช่นดิรัจฉานในยามที่

คนอื่นประสบเคราะห์ภัย แต่ก็ยังมีเทวดานางฟ้า ที่คอยปกปักรักษาทำคุณประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์อยู่จริง

ๆ ผมอยากให้คุณเลือกอีกจังครับ ว่าอยากเป็นฝั่งใหน เอ๊ะ ๆ อย่าเอ่ยวาจาออกมาครับ ผมไม่ได้ต้องการ

คำตอบหรอก เป็นคำถามที่ให้คิดน่ะครับ  ตอนเด็ก ๆ อาจารย์ชอบถามใช่ไม๊ว่าอยากเป็นยักษ์ หรืออยาก

เป็นพระราม ใช่ครับ ทุกคนอยากเป็นพระราม แต่จะเป็นพระรามน่ะยาก เป็นมนุษย์มีสองมือสองเท้า แถม

ยังโดนบิดาไล่ไปอยู่ป่าเพราะมีปัญหาครอบครัว ใหนจะโดนลักนางสีดาไปอยู่กับยักษ์ตัวใหญ่มีหลายหน้า

หลายมืออีก เรื่องรามเกียรติ์นี้ ชี้ให้เห็นอย่างถ่องแท้เลยครับว่า เป็นคนดีนั้นยากแสนยาก เป็นมารเป็นยักษ์

นั้นง่ายกว่าเป็นใหน ๆ แต่เราเป็นมนุษย์นะครับ ต่อให้ไม่ได้ประเสริฐกว่าสัตว์สังคมหมู่อื่น แต่ก็น่าจะคิดทำ

ดีกันได้ไม่มากก็น้อย ตามสะดวก เอ ผมพิมพ์ผิดไปหน่อย ไม่ใช่แค่คิดทำดีครับ ต้องปฏิบัติดีกันจริง ๆ

        ในโอกาสนี้ขอขอบคุณ น้ำพริกเผาตราแม่ประนอม ขนมปังโฮลวีตจากฟาร์มเฮ๊าส์ นมสดดัชมิลล์

บะหมี่กึ่งออเรียนทอลมาม่า ซอสมะเขือเทศและมัสตาร์ดไฮนซ์ วิตามินซีจากองค์การเภสัช แฮมซีพี คราฟชีส

แยมมามาเลดตราเบสฟู๊ด ข้าวกล้องมาบุญครอง ผักทุกใบที่ได้ทาน เนื้อสัตว์ทุกอย่าง ไข่ทุกลูก ที่ทำให้

ข้าพเจ้าได้เห็นคุณค่าของอาหารมากกว่าเวลาปกติ ในยามที่ขัดสนที่สุด มนุษย์เราก็ยังคงต้องการปัจจัยสี

และอาหารที่ดี ในการเติบโตและดำรงณ์ชีพ ถ้าพระแม่โพสพอันเกิดจากพระแม่ลักษมีอวตาลลงมาจริง ๆ ก็

ขอบคุณท่านมาก ๆ ที่ทำง้วนดินให้อร่อยได้ปานนี้ ชีวิตต่อจากนี้ไป ขอสัญญาว่าจะพยายามทำให้พลังงาน

ที่เผาผลาญออกมามีประโยขน์มากที่สุด นะครับ   แล้วคุณล่ะครับ ใส่ใจอาหารและร่างกายกันบ้างหรือปล่าว

ไม่ใช่พออายุ สี่สิบห้าสิบก็จะมาบ่นว่า โอยตอนยี่สิบฉันไม่น่าสูบบุหรี่กินเหล้า ดื่มกาแฟเป็นนิจเลยนะ

ตอนนี้รู้สึกแย่จังเหนื่อยง่ายหายใจยาก ไม่อยากทำอะไร ผมก็ต้องกล่าวว่าเสียใจที่และน่าเศร้าที่เรากลับไป

เปลี่ยนอดีตกันไม่ได้หรอกนะครับ ถ้าคุณได้อ่านบทความนี้แล้วมีอายุซักยี่สิบขวบปี เลิกกินเหล้าสูบบุหรี่

เอาเงินมากินของดีดี แล้วรักษาสุขภาพดีกว่านะครับ เอาเงินที่จะเผาไปกับซองบุหรี่แล้วก็สุราเก็บไว้สร้าง

อนาคต เผื่อมีลูก มีแฟน มีหลาน จะได้เอาไว้ใช้จุนเจือครอบครัวให้สมคุณค่าเงินบาทจริง ๆ ไม่ใช่เอาเซลล์

สมองมาย่ำยีให้เสื่อมไวด้วยแอลกอฮอล์      เรียนชีวะ อาจารย์บอกว่า เมื่อมีอายุ 20 ปี สมองคนเราจะเริ่ม

เสื่อมลงวันละสองแสนเซลล์ และฟื้นฟูขึ้นมาทดแทนได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเดิมเหมือนตอนเด็ก ๆ ใหน ๆ

มันก็จะต้องแก่ต้องตายกันแล้ว อย่าไปเร่งมันนักครับ ไม่ใช่อายุสี่สิบ ต้องให้ลูกหลานพาไปล้างตับกันบ่อย ๆ

 

 

น่าเบื่อจัง!!!

posted on 15 Apr 2011 14:12 by marwin888
ทำไม ชีวิตมันต้องมีความเบื่อด้วยที่ทำอะไรซ้ำ 
 
คุณ ๆ เคยคิดเหมือนผมบ้างรึป่าว ว่าพวกเทวดาที่ลอยไปมากินบุญเก่าอยู่เค้าจะเบื่อบ้างไม๊ 
 
หรือพวกที่อยู่ในนรก โดนทรมานเยอะ ๆ แล้วก็ขึ้นมาเกิดใหม่(วิถีพุทธ)แล้วก็ลืมที่ตนเคยทำผิดและโดนทรมานมา
 
มันมีประโยชน์อะไรเนี่ย    ร่างกายพอเดินไปหน่อยแดดเผาร้อน แป๊บ ๆ กลับมาขาวใหม่ วนไปวนมาจนตาย
 
ตื่นเช้า กิน ทำงาน เที่ยว โกรธ อยาก อาบน้ำนอน
 
รือนี่เราจะไปบวชดีหว่า ^^
 
สรุป ไม่มีอะไรคับ มาบ่น ๆ 
 
ไปนอนหอแฟนมาครับ พึ่งกลับบ้านมา สงกรานต์ทำขนมมาอวด 
 
สตรอว์เบอรี่ชีสพาย  ^0^
 
นี่ ๆ ๆ ๆ
 
กินกับนม ^_^
 

edit @ 2 May 2011 16:58:29 by Blog of อนาวินทร์

ความกวน**ของน้องชาย

posted on 03 Jun 2010 13:12 by marwin888

วันก่อน

 นั่งดูทวิภพ ในยูบีซีครับ  แล้วก็มีตัวละคร ตัวนึง เป็น สาวไช้ นางมณีจันทร์ นางเอก เธอชื่อนางม้วน

พอน้องได้ยินชื่อเท่านั้นแหละ

.ไอ้กว่าง(น้องชาย) : ม้วน หรอ ม้วนมากไม๊

คือ เรากำลังอยู่ในฟีลว่า ย้อนไป สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นกับมณีจันทร์อยู่

อยู่ดีดี ก็มี ม้วนมากไม๊แทรกเนี่ย

เราฮา อ่ะ 55+

 

  อันนี้สมัยมันยังเป็นเมี่ยง

  อันนี้เมี่ยงกว่า 55+

edit @ 20 Oct 2010 17:04:49 by Blog of คุณวศิน

edit @ 23 Oct 2010 10:04:38 by Blog of คุณวศิน