วะ 555+
และแล้ว ความคิดอันบรรเจิดเพริศพริ้งก็บังเกิด
นักเรียน นิสิต นักศึกษา คุณสาว ๆ หนุ่ม ๆ ที่อนาคตคาดว่าจะมีครอบครัว จะมีลูก แล้วถ้าเกิดว่าลูกเกิดมาเป็นลูกชายแล้วล่ะก็ ....ต้องเตรียมการไว้ให้ดีดี
จากเคสสต๊ะดี้ ชีวิต เด็กหนุ่มคนหนึ่ง ที่เกิดมาในสังคมตลาดอันมีพ่อและแม่ ที่ไม่ค่อยดูแลนัก
การเป็นอยู่เป็นไปแบบบุฟเฟ่ต์(หากินเอาเอง ตามมีตามเกิด) ดูผิวเผิน ก็ไม่มีอะไรที่เด็กชายน้อยตัวเล็ก ๆ คนนี้
น่าจะมีปัญหา แต่ทว่า ภายในนั้นช่างสับสนวุ่นวาย เฮือก ... ทำไมชีวิตมันเหนื่อยงี้(เด็กหนุ่มถอนหายใจ)
พ่อแม่เอาแต่ขายของ จำความได้ ไม่เคยมาดูแลไกล้ชิด ทำก็แก้ขัด เวลาลูกลำบากมาก ๆ จริง ๆ
จะไปวิ่งเล่นซน ก็ขังไว้ซะในห้อง กลับโรงเรียนก็ไม่ให้พักการงาน ต้องแบกข้าวของไปขายบน
กระทรวงมหาดไทย ได้กำไรมาเป็นส่วนแบ่ง 10 ต่อ 1 แม่สอนให้เด็กหนุ่มคนนี้ รู้จักสู้ชีวิต
แต่สิ่งที่เค้าต้องการ กลับไม่ใช่เงินทอง เค้าต้องการทางออกที่จะช่วยให้ชีวิตไม่วังเวง และทำให้ตัวเองไม่รู้สึกเหงา เด็กหนุ่มจึงหาเพื่อนมากมาย เค้าได้พัฒนาบุกคลิกภาพตัวเองให้ได้ถูกต้องตามที่สังคมรอบข้างต้องการ
อยู่บ้านยาย:ครับ วินไม่ทราบครับ ทานข้าวแล้วครับ วินช่วยล้างจานไม๊ครับ (ที่ต้องสุภาพเพราะผู้ใหญ่สอนให้เป็น)
อยู่บ้านพ่อแม่:พ่อ เอาตังมาดิ๊ ไปโรงเรียนไม่พอใช้ แม่ วันนี้ไปปั่นจักรยานแล้วนะ เบื่อบ้าน โถ๊ะ!(ที่ต้องก้าวร้าว เพราะผู้ปกครองไม่ได้สนใจในคำพูด หากแต่รู้แต่ว่าต้องเลี้ยงตามหน้าที่ไม่ให้ตายก็พอ)
อยู่โรงเรียน: เห้ยมึง มะวานกูไปซื้อของทำกับข้าวมา มึงทำเป็นป่าว แล้วไหนนะ อ๋อ การบ้านไม่ต้องทำหรอก
สอบเอาก็ผ่าน(บุกคลิกภาพ ดึงดูด เพื่อนเพียบ แต่ไม่มีไครสนิทด้วย)
คิดดูนะครับ ผู้ปกครองทั้งหลาย(และในอนาคตที่จะเป็น) ดูเด็กชายคนนี้ ต้องแสดง สามบุกคลิกภาพสลับกันตามสถานการ ตั้งแต่อายุ ไม่ถึง 7 ขวบ เพื่อเอาใจสังคม และบังคับสถานการให้เป็นไปตามใจมากที่สุด
ปัญหาก็มีมากมาย เกินกว่าที่เด็กชายตัวเล็ก ๆ จะทำได้ ไม่ว่าจะพ่อแม่ทะเลาะกันรุนแรง บิดาทานเหล้า มารดาแทงหวย จนลง ๆ เสื้อผ้าใส่ไปโรงเรียนก็เกรอะกรัง ไม่เคยรีด หนังสือเด็กประฐม แบกใส่เป้ไปเต็มหลังแอ่น
เด็กผู้ชายตัวผอม คล้ายจะเป็นปอลิโอ เหตุเพราะไม่ค่อยมีอะไรจะกิน ต้องทำตัวสุภาพ แล้วมีคนมาด่าว่า ๆ
บุคลิกเหมือนกระเทย ทั้ง ๆ ที่ กู ไม่ได้อยากเป็น และผู้ใหญ่ทั้งหลายเลย ตัวดี พูดกรอกหูซ้ำซากกันทุกวัน
ตุ๊ดบ้างหล่ะ อ่อนแอบ้างหล่ะ ไม่สมชายเลย ...ชะนองนอย พูดกรอกทุกวัน ๆ อยากรู้จัง ว่าเด็กคนนั้นจะเป็นยังไงนะ
เพราะทุกคนในสังคม ก็ต่างตีกรอบไว้ให้ เด็กคนนี้จึงออกมาจากกรอบ ด้วยวิธีที่แยบยลที่สุด คือทำทีว่ามีความสุข สมบูรณ์ ไม่ต้องให้ไครมาสมเพช สงสาร เพราะไม่ต้องการ ขอเพียง พวกแกทั้งหลาย ปฏิบัติตัวเฉกเช่น เราเป็นคน เหมือนกัน
ดังนี้นี่เอง เคสนี้ สอนให้เราทราบว่า
1.การพูดกรอกหูทุกวัน คือการสะกดจิตที่ได้ผลแน่นอน ขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะสำเร็จกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าเด็กคนนี้ไม่เป็นกระเทย ก็เป็นบ้าหรือโรคประสาทนำไปก่อนแน่ ไม่ว่าจะผู้ใหญ่ เพื่อน ๆ 9ล9
2.ผู้ปกครองไม่ใส่ใจ ถึงแม้จะมีข้าวสามมื้อตกถึงท้องตามเวลา หรือลูกออกไปวิ่งเล่นดึกดื่นแล้วจะเป็นห่วง โดยแสดงความรักด้วยคำด่า และการตี ซึ่งดูเหมือนเป็นการแสดงความรักชั้นสูง เด็กก็ปฏิบัติตาม คืออารมณ์กราดเกรี้ยว รุนแรง สังคมรังเกียจ พ่อแม่เป็นยังไง ดูที่ลูกก็รู้ได้ทันที
3.สภาพแวดล้อม เฉกเช่นเด็กหนุ่มนั้น อยู่ในห้องแอร์ บนบ้านตึกแถวโทรม ๆ ที่แคบ รก หนาว ชื้น สกปรก แต่บรรจุ ชีวิตคนไว้สี่คน โดยที่ไม่ค่อยอนุญาติให้เด็กออกไปไหนมากนัก
4.บทลงโทษอันสาสมกับความเลว ผมไม่รู้เลยว่า ถ้าทำของแตกหักเสียหายหนึ่งชิ้น เราจำเป็นต้องสลักลายไว้ที่หลัง ขา น่อง หน้าท้อง และหน้าอก เพื่อแสดงความเก่งกาจว่า ทำความชิบหายได้ดีแค่ไหน เพราะชีวิตลูกมันเทียบไม่ได้กับ สิ่งของ ที่มีอยู่เกลื่อนกระมัง
5.การใช้งานอย่างหนักหน่วง เต็มเม็ดเต็มหน่วย มันทำให้เด็กนอนไม่พอ ถ้าคิดจะปั๊มลูกมาช่วยงาน ขอแนะนำให้ปั๊มปีละคน จะได้ทันใช้ เพราะคนเดียวย่อมไม่พอ กับการค้นหาเศษเงินแน่ ๆ
6.การทำให้เด็กแปลกใจนาน ๆ ครั้ง เช่นพาไปห้าง กินข้าวมื้อดี ๆ หบังจากถูกหวยหรือเมื่อไปเจอญาติพี่น้องก็จับแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างกับเป็นลูกคุณหนู เพื่ออวดว่า เลี้ยงลูกดี ทั้ง ๆ ที่เนื้อใน เหือดแห้ง ข้าวปลาไม่กิน
แล้วอ้างทีกับลูกว่า ไม่อยากให้ลูกน้อยหน้าไคร ทั้ง ๆ ที่สูท ร้อนก็ร้อน เด็กน้อยคนนั้นก็ไม่เคยชิน
เมื่อไม่ใส่ ก็ว่ากันอีก ...เฮือก
7.การบังคับครั้งใหญ่ เมื่อจบป.6 เด็กย่อมรู้ดีว่าตัวเองจะเข้าที่ไหนได้บ้าง แต่พ่อแม่ก็ย่อมไม่อยากให้ลูกไปอยู่ในโรงเรียนซึ่งจะชักนำลูกไปในทางไม่ดี อยากเรียนราชบพิธ ก็ไม่ให้เรียนต่อ เพราะมัธยมจะมีแต่ชายล้วน กัวลูกเป็นแต๋ว แต่บังคับ ย้ำ...(บังคับมาก ๆ ๆ ๆ ๆ )ให้เรียนมกุฏ เพราะเริ่มรับสมัครเด็กหญิงด้วยแล้ว
นั่นเป็นการทำผิดพลากครั้งใหญ่มาก ๆ เพราะการหาเพื่อนนั้นยากเย็นเหลือเกิน ให้เราไปอยู่ในสังคมใหม่บ่อย ๆ
สติแตกแน่ แต่เมื่อเรียนมาได้แล้ว มันก็มีอะไรมากกว่านั้น เพราะ..... มกุฏกระเทยเยอะมากอยู่เหมือนกัน
สังคมจึงไม่แตกต่างกันมากนัก เพียงแต่มีนักเรียนหญิงเป็นเพื่อนบ้าง และทำให้เด็กประสาทเสีย เพราะการเลือกของผู้ใหญ่ ผู้ปกครองจึงต้องถามความเห็นเด็กให้หนัก ๆ เมื่อจบป.6 นะจ๊ะ
ขออภัยแด่บิดามารดา ผู้ให้กำเนิดมาด้วยนะครับ ไม่อยากให้ไครเป็นเหมือนเด็กชายน้อยนั้น
อยากให้น้องชายที่จะเกิดกันมาทั้งหลาย มีกำลังใจในชีวิตกันเต็มเปี่ยม การยกตัวอย่าง(จิง)นี้มาถก ย่อมน่าจะเกิดผลดีมากมายแน่นอน
ขอบคุณพ่อแม่มาก ๆ ที่ให้ชีวิตเกิดมา สอนให้เห็นแก่ตัว สอนให้เอาตัวรอด สอนให้เฟคเก่ง แต่นั่นก็ทำให้เด็กคนนี้เป็นอะไรไม่ได้มาก เท่ากับ กุ๊ย คนหนึ่ง ซึ่งยังไม่รู้ชีวิตตัวเองเลย ว่าจะไปยังไง
สุดท้าย ถ้าเด็กคนนี้เลวจริง เลือกที่จะเป็นโจร หรือ ก่ออาชญากรรม ไม่ต้องมาร้องให้หน้าแดนประหารหรอกนะ
ว่า ชั้นผิดเอง เพราะมันแก้ไขไม่ได้แล้ว